การตรวจสุขภาพ “มะเร็งปากมดลูก”

การตรวจสุขภาพ “มะเร็งปากมดลูก” มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสตรีไทยมีผู้ป่วยใหม่ปีละประมาณ 7,000 ราย ส่วนใหญ่พบเมื่ออายุมากกว่า 35 ปี ปัญหาของโรคมะเร็งปากมดลูกคือ ผู้ที่เป็นมักไม่มีอาการใดๆ จนกว่าจะกลายเป็นระยะที่ลุกลามแล้ว ซึ่งยากต่อการรักษาให้หายขาด อย่างไรก็ดีโรคนี้สามารถตรวจและสืบค้นได้ตั้งแต่เซลล์เริ่มผิดปกติ การดำเนินโรคเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน และปากมดลูกเป็นอวัยวะที่อยู่ในตำแหน่งที่สามารถตรวจวินิจฉัยได้ง่ายกว่าอวัยวะอื่น ทำให้แพทย์สามารถวินิจฉัยและรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่จะเป็นมะเร็ง หรือก่อนที่จะเป็นมะเร็งระยะลุกลาม การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกจึงสามารถช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคนี้ได้

ปากมดลูก คือส่วนของอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงที่ต่อจากมดลูกในช่องท้องโผล่ยื่นออกมาในช่องคลอด ปากมดลูกเป็นทางผ่านของเลือดประจำเดือน ซึ่งมาจากมดลูกและไหลออกมาภายนอกผ่านช่องคลอด ขณะมีเพศสัมพันธ์น้ำอสุจิจะไปอยู่ในช่องคลอดเข้าไปสู่มดลูกทางปากมดลูก เมื่อเกิดการปฏิสนธิกับไข่ผู้หญิงจะให้กำเนิดทารกน้อย มะเร็งปากมดลูกนั้น

แม้จะมีชื่อว่า “มะเร็งปากมดลูก” แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วยังสามารถแพร่กระจายไปตามส่วนต่าง ๆ ของอวัยวะสืบพันธุ์นี้ และบริเวณอื่นของร่างกายได้

สาเหตุสำคัญของโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสฮิวแมนแปปิลโลมา (Human papilloma virus : HPV) ซึ่งติดต่อไปยังบุคคลอื่นได้โดยการมีเพศสัมพันธ์ ในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งอาจจะเคยได้รับเชื้อนี้ แต่ร่างกายสามารถกำจัดไปได้ และมีบางส่วนที่ไม่สามารถกำจัดเชื้อได้ รวมถึงมีปัจจัยเสี่ยงอื่นที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเวณปากมดลูก และทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น หูดหงอนไก่ มะเร็งปากมดลูก และอื่น ๆ

ปัจจัยเสี่ยงอื่นนอกเหนือจากเชื้อ HPV ที่กล่าวมา ได้แก่

1.อายุ ส่วนใหญ่มะเร็งปากมดลูกมักพบในผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป

2.มีคู่นอนหลายคน ทำให้มีโอกาสได้รับเชื้อ HPV มากขึ้น

3.สูบบุหรี่

4.มีบุตรจำนวนมาก

5.ร่างกายมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (โรคเอดส์)

6.ไม่เคยตรวจภายใน เพื่อค้นหารอยโรคระยะก่อนเป็นมะเร็ง (Precancerous lesion) ซึ่งในช่วงเวลานี้ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ แต่สามารถตรวจพบด้วยการตรวจทางเซลล์วิทยา ที่เรียกว่า แพปสเมียร์ (pap smear) และสามารถรักษาได้ หากตรวจพบรอยโรคในระยะนี้ก็จะสามารถป้องกันการเกิดเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ ดังนั้น ผู้หญิงที่มีปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมา จึงมีโอกาสเกิดมะเร็งปากมดลูกได้สูง

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในปัจจุบันมีหลายวิธี แต่ที่นิยมใช้ คือ

1.การตรวจเซลล์ปากมดลูกด้วยวิธีทางเซลล์วิทยา หรือแพปสเมียร์ (pap smear) ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจเช็กให้ในขณะที่ทำการตรวจภายใน หลังจากตรวจเสร็จแพทย์จะนัดฟังผลตรวจหรือแจ้งผลให้ทราบในภายหลัง หากมีความผิดปกติก็จะใช้การรักษาตามความผิดปกติของรอยโรค

2.การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเซลล์วิทยาร่วมกับการตรวจหาเชื้อ HPV ชนิดที่มีความเสี่ยงสูง การตรวจวิธีนี้มีข้อดี คือ แพทย์สามารถให้การดูแลรักษาเซลล์ปากมดลูกที่ผิดปกติได้ดีขึ้น แต่มีข้อเสียคือ ผู้ป่วยต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก

ในปัจจุบันแนะนำให้ผู้หญิงไทยตรวจภายในพร้อมตรวจแพปสเมียร์ในกลุ่มที่มีเพศสัมพันธ์แล้วประมาณ 3 ปี หรืออายุมากกว่า 30 ปี หรือมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ

This entry was posted in News.