Japan Sinks: 2020 ซีรี่ย์ญี่ปุ่นวิปโยค หายนะดราม่าไซไฟแบบให้พลังบวก

Japan Sinks: 2020 ซีรี่ย์ญี่ปุ่นวิปโยค หายนะดราม่าไซไฟแบบให้พลังบวก เมื่อดูเนื้อหาในเรื่องจะพบว่าญี่ปุ่นมีอนิเมะพลอตเรื่องแนวหายนะจากธรรมชาติ หรือภัยพิบัติรุนแรงระดับทำลายประเทศโดยเฉพาะเรื่องแผ่นดินไหวอยู่หลายเรื่องมาก่อนแล้ว เพราะแผ่นดินไหวเป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติร้ายแรงอันดับต้นๆที่อยู่ใกล้ตัวสังคมญี่ปุ่น จนถึงระดับชีวิตประจำวันเลยก็ว่าได้ ซึ่งคนในประเทศไทยหรือในประเทศที่ไม่ได้คุ้นเคยกับแผ่นดินไหวอาจจะไม่อินเท่าไหร่

สำหรับพลอตตั้งต้นของเรื่องนี้ก็ไม่ได้แตกต่างมากนัก แต่ที่เรื่องนี้สร้างออกมาได้ดีมากก็คือ ลายเส้นและบรรยากาศของเรื่องที่เข้ากันมากๆ ลายเส้นของเรื่องมีเอกลักษณ์ในระดับสูง แม้ว่าดูผิวเผินแล้วจะเหมือนงานเผา แต่ก็เป็นงานเผาภาพที่มีสไตล์ หรือเรียกว่าจงใจทำให้มันเป็นแบบนั้น ซึ่งก็ดูจะเข้ากับบรรยากาศของเรื่องที่ดูแล้วรู้สึกไม่มั่นคง ไม่น่าไว้ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับชะตากรรมของตัวละคร

จุดนี้อาจจะเล่นกับความกลัวอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจลึกๆของคนญี่ปุ่นก็ว่าได้ เพราะเกาะญี่ปุ่นอยู่บนรอยแยกสำคัญที่มีโอกาสเจอแผ่นดินไหวรุนแรงตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะมีนักวิชาการชี้ว่าตามทฤษฎีแล้ว เกาะญี่ปุ่นคงจะไม่จมลงแน่นอนก็ตาม แต่ความกลัวว่าเกาะญี่ปุ่นจะพบหายนะจนประเทศต้องพังพินาศ ไปจนถึงชีวิตและความตายที่ต่างกันอยู่แค่เส้นบางๆก็คงมีอยู่ในสังคมญี่ปุ่นอยู่ดี แล้วเอาเข้าจริงก็ไม่ได้มีแต่เรื่องนี้ มีอนิเมะหลายเรื่องที่เคยนำเสนอประเด็นนี้มาก่อนเหมือนกัน แสดงว่าคนญี่ปุ่นส่วนมากมีความหวาดกลัวในประเด็นนี้อยู่ในส่วนลึกไม่น้อย

จุดแข็งมากอันดับต้นๆของเรื่องคือ การเลือกใช้เพลงประกอบที่ไม่ได้ทำให้เรื่องดูหดหู่ตลอดเวลา แต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ในเชิงบวกและลบจนปนเปกัน แม้แต่บรรดาฉากการสูญเสียของตัวละครที่สุดดราม่าก็เลือกใช้เพลงประกอบที่มีสไตล์อย่างน่าเหลือเชื่อได้

ด้านดราม่าความสูญเสียในเรื่องนี้ ก็ถือว่าเป็นจุดแข็งของเรื่องที่คนดูคาดเดาอะไรไม่ได้เอาเลย เนื่องจากเรื่องนี้ตัวละครต่างก็ เจ็บจริง ตายจริง แล้วในเวลาที่จะเข้าสู่ความตายมันก็ไม่ได้มีสัญญาณเตือนอะไรทั้งสิ้น บทตัวละครจะตาย ก็คือตาย แล้วบทตัวละครจะฆ่าก็คือฆ่าด้วย แม้ว่าเปิดเรื่องมาบางตัวละครจะดูสำคัญขนาดไหนก็ตาม ซึ่งก็ตรงกับสถานการณ์แผ่นดินไหวและความหายนะในเรื่องด้วย

แต่ตัวเรื่องก็ไม่ได้นำเสนอในแง่ความดราม่าฟูมฟาย ตัวละครเจอความสูญเสียกะทันหัน จนไม่มีเวลาที่จะได้เศร้าเสียใจ หรือร้องไห้ มีแต่ต้องลุกขึ้นสู้ เดินหน้าเพื่อเอาตัวรอด เป็นการนำเสนอเรื่องราวในแง่บวกและให้กำลังใจพอสมควร นอกจากนี้ยังสอดแทรกความรู้ในการเอาชีวิตรอดภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากเอาไว้ด้วย ที่สำคัญคือเป็นการประยุกต์ความรู้ในแบบสมัยเก่า ภูมิปัญญาชาวบ้าน มารวมกับความรู้แบบสมัยใหม่ที่เด็กรุ่นใหม่ได้จากอินเทอร์เน็ตหรือเกมออนไลน์ได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะโกซึ่งเสมือนเป็นตัวแทนของเด็กรุ่นใหม่ คือเรียกว่าพวกตัวเอกตัดสินใจเอาตัวรอดบางตอนมาได้เพราะความรู้จากเกมออนไลน์นี่เอง เพียงแต่ตัวเรื่องก็ไม่ได้เน้นมุมความรู้ด้านเอาชีวิตรอดมากนัก เพราะจะไปเน้นที่อารมณ์และสภาวะของตัวละครที่ยังยิ้มสู้อยู่ได้ภายใต้สถานการณ์เลวร้ายมากกว่า

มีจุดเด่นอีกอย่างของเรื่องก็คือการรวมคนจากหลากหลายเชื้อชาติมาไว้ในเรื่องราวกับจงใจ เช่นตัวละครหลักในเรื่องอย่างครอบครัวมุโต้ ตัวแม่คือมาริก็เป็นผู้หญิงชาวฟิลิปปินส์ ทำให้นางเอกอย่างอายุมุและโกเป็นลูกครึ่ง (โกจะมีบทพูดภาษาอังกฤษแทรกตลอดเวลา) รวมถึงตัวเอกชายอีกคนอย่างไคท์ก็เป็นชาวเอสโตเนียและในเรื่องยังมีตัวละครจากชาติอื่นๆอีก เช่น แดเนียล ชาวยูโกสลาเวีย อนิเมะเรื่องนี้จึงเสมือนเป็นการรวมผู้คนในแง่ความหลากหลายทางเชื้อชาติ แถมยังจงใจเลือกจากชาติที่ล่มสลายหรือประเทศแตกแยกเป็นเสี่ยงๆด้วย

ตัวเรื่องยังมีการเล่นประเด็นชาตินิยมญี่ปุ่นจ๋าสุดโต่ง การเหยียดชาติพันธุ์ของคนญี่ปุ่น ที่ยังมีอยู่จริงๆ การกีดกันคนต่างชาติ (ไคจิน) ที่เป็นคนนอก และการมองว่าตนเองเป็นชาติพันธุ์บริสุทธ์ ซึ่งเรื่องนี้ก็เล่นได้เจ็บแสบดีด้วย

แต่จุดด้อยก็มีเหมือนกันโดยเฉพาะในด้านของลายเส้นที่แม้ว่าจะเป็นเอกลักษณ์ แต่บทในช่วงกลางเรื่องค่อนข้างจะมีงานภาพที่เผาหนักเอามากๆ รวมถึงงานโมชั่นเคลื่อนไหวที่ช่วงแรกแม้ว่าจะทำได้ดี แต่ช่วงกลางเรื่องทำได้แข็งสุดๆจนน่าตลก ส่วนในบทสุดท้ายจะเริ่มกลับมาดีอีกครั้ง

และอีกจุดด้อยก็คือ บทช่วงกลางที่คนดูอาจจะรู้สึกแปลกๆประมาณว่าหลายคนดูแล้วอาจจะสงสัยว่าบทนี้จะมีไปเพื่ออะไร แถมยังพาเรื่องออกไปแนวพลังพิเศษด้วย เลยอาจจะทำให้รู้สึกว่าบทกลางของเรื่องดูขัดแย้งและโดดจากภาพรวมทั้งหมดของเรื่องที่เน้นความสมจริง แต่ถ้าจะมองว่า นี่แหละคือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นจริงๆกับผู้คนหากต้องเผชิญช่วงเวลาที่สังคมล่มสลาย ผู้คนไร้สิ่งยึดถือ ไม่น่าแปลกว่าทำไมลัทธิแปลกๆถึงมีผู้คนพร้อมเชื่อถือ

ในภาพรวมแล้ว เป็นอนิเมะแนวเอาชีวิตรอดจากภัยพิบัติที่มีโปรดักชั่นดีเยี่ยม การเล่าเรื่องน่าติดตาม ชวนให้ลุ้นตลอดเวลา มีงานภาพและดนตรีประกอบเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอามากๆ แม้จะมีหลายฉากที่ดูเผาจนน่าตลกไปหน่อย แต่ถ้าจะมองว่าเป็นการเผาจนกลายเป็นความอาร์ตในแบบหนึ่งก็ว่าได้เหมือนกัน

ส่วนที่ชอบมากของเรื่องคือ แม้ว่าจะเกิดภัยพิบัติต้ายแรงระดับสิ้นประเทศขนาดไหน แต่ตัวละครหลักในเรื่องยังลุกกลับมาสู้ใหม่ และไม่เลิกที่จะพูดคุยเรื่องอนาคตหรือสิ่งที่อยากจะทำต่อ โดยเฉพาะบทดราม่าสำคัญในตอนท้ายเรื่อง ถ้าใครดูมาถึงตอนนี้ อาจจะเสียน้ำตาเลยก็ได้กับความยิ่งใหญ่ของครอบครัว อีกทั้งถึงฉากนั้นจะดราม่าขนาดไหน เพลงประกอบและตัวละครก็ยังคงนำเสนอเรื่องราวในแบบให้กำลังใจอยู่จนหยดสุดท้าย

This entry was posted in News.